ระบบการศึกษาในนิวซีแลนด์
       
       ประเทศนิวซีแลนด์มีระบบการศึกษาตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาไปจนถึงระดับอุดมศึกษา โดยการเรียนในระดับอุดมศึกษามี 3 ประเภท มหาวิทยาลัย สถาบันเทคโนโลยี และ สถานศึกษาเอกชน นักเรียนที่สนใจการเรียนเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษสามารถเรียนได้ที่โรงเรียนสอนภาษา โรงเรียนระดับมัธยมศึกษา หรือสถาบันระดับอุดมศึกษาต่าง ๆ

ระดับประถมศึกษา (Primary School: Years 1-6)
           นักเรียนส่วนใหญ่ในนิวซีแลนด์เริ่มเข้าโรงเรียนระดับประถมศึกษาตั้งแต่อายุ 5 ขวบไปจนถึงอายุ 10 ขวบ นักเรียนสามารถเริ่มศึกษาระดับอนุบาลซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าโรงเรียนตั้งแต่อายุ 3 ขวบ รัฐบาลนิวซีแลนด์ได้กำหนดมาตรฐานระดับชาติในการประเมินความก้าวหน้าการศึกษาในระดับปีที่ 1-8 ในด้านการอ่าน เขียนและคณิตศาสตร์ โรงเรียนจะรายงานความก้าวหน้าให้ผู้ปกครองอย่างน้อยสองครั้งในปีการศึกษา ซึ่งในรายงานจะแสดงความก้าวหน้าและความประสบความสำเร็จของนักเรียนในด้านอ่าน เขียนและคณิตศาสตร์ รวมไปถึงด้านอื่น ๆ รายงานนี้จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาเด็กในด้านการเรียนและช่วยการวางแผนการศึกษาของเด็กในอนาคต มาตรฐานการศึกษาแห่งชาติมีส่วนโดยตรงในการกำหนดระบบการศึกษาในนิวซีแลนด์
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (Intermediate School: Years 7-8)

          นักเรียนจะทำการศึกษา year 7-8 ในช่วงอายุประมาณ 11 หรือ 12 ขวบ การเรียนในขั้นนี้เป็นการปูพื้นฐานในการศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หลายโรงเรียนมีการสอนทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนเดียวกัน ในขณะที่บางโรงเรียนจะสอนแค่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นเท่านั้นโดยจะเริ่มเนื้อหาหลักสูตรตั้งแต่ year 7.

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (Secondary School: Years 9-13)

           ประเทศนิวซีแลนด์มีโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายอยู่มากกว่า 400 โรงเรียนในชื่อเรียกต่าง ๆกันเช่น Colleges, Grammar Schools หรือ High Schools การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจะเริ่มจากการเรียนวิชาพื้นฐานในปีแรก ๆ และจะเน้นการศึกษาเฉพาะเจาะจงในแต่ละด้านในช่วงปีท้าย ๆ
วุฒิการศึกษาของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายในนิวซีแลนด์มีชื่อเรียกว่า NCEA ระดับ 1 ไปจนถึงระดับ 3 โดย NCEA ย่อมาจาก National Certificate of Education Achievement หรือวุฒิการความสำเร็จทางการศึกษา การศึกษาในระดับนี้แบ่งได้เป็น 4 ขั้นดังนี้
          Year 9-10 เป็นการศึกษาวิชาพื้นฐานได้แก่ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา เทคโนโลยี พละศึกษา และศิลปะ ในการศึกษาระดับนี้ยังไม่มีการสอบวุฒิการศึกษาอย่างเป็นทางการ
          Year 11 เป็นการเรียนและสอบวุฒิการศึกษา NCEA ระดับ 1 นักเรียนจะเริ่มเจาะลึกในแต่ละรายวิชา โดยมีวิชาคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และวิทยาศาสตร์เป็นวิชาหลัก
         Year 12 เป็นการเรียนและสอบวุฒิการศึกษา NCEA ระดับ 2 นักเรียนจะสามารถเลือกเรียน 6 วิชา โดยจะต้องมีการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ
         Year 13 เป็นการเรียนและสอบวุฒิการศึกษา NCEA ระดับ 3 นักเรียนจะเรียน 4-6 วิชาซึ่งเป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับแผนการศึกษาในระดับอุดมศึกษาต่อไป
ในโครงสร้างการศึกษาของประเทศนิวซีแลนด์จะมีวุฒิการศึกษาทั้งหมด 10 ระดับโดยในระดับที่ 1 ถึงระดับที่ 3 จะหมายถึง NCEA ระดับที่ 1 ถึง 3 โดยระดับสูงสุดคือปริญญาเอกเป็นระดับที่ 10
        NCEA เป็นมาตรฐานวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายโดยมีข้อกำหนดมาตรฐานที่นักเรียนจะต้องถูกประเมินหรือสอบ โดยในวิชาทั่วไปยกตัวอย่างเช่นวิชาภาษาอังกฤษจะถูกแบ่งเป็น 5 ถึง 7 มาตรฐานซึ่งแสดงถึงหัวข้อเฉพาะ ทักษะ หรือหน่วยความรู้ต่าง ๆ มาตรฐานเหล่านี้ถูกกำหนดจากการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนของอาจารย์ซึ่งเชื่อมโยงกับหลักสูตรของประเทศนิวซีแลนด์ นักเรียนในหลักสูตร NCEA จะมีการทดสอบในหลายวิธี นักเรียนจะทำข้อสอบที่ครอบคลุมหัวข้อมาตรฐานต่าง ๆ นักเรียนจะถูกประเมินจากภายในโรงเรียนด้วยข้อสอบที่ครอบคลุมมาตรฐานต่าง ๆ หรือนักเรียนอาจจะถูกทดสอบด้วยวิธีการอื่น ๆ สิ่งเหล่านี้แสดงว่านักเรียน ผู้ปกครอง และนายจ้างจะรู้ในรายละเอียดว่าหน่วยใดในแต่วิชาที่นักเรียนสามารถผ่าน ซึ่งสามารถวัดความสำเร็จทางการศึกษาได้ดีกว่าการรวมคะแนนเป็นคะแนนเดียวในแต่ละวิชา มาตรฐานของ NCEA มีสองประเภทได้แก่sหน่วยมาตรฐาน (unit standards) และ มาตรฐานความสำเร็จ (achievement standards) โดยหน่วยมาตรฐานจะเป็นการทดสอบภายในโดยประเมินว่านักเรียนสามารถผ่านมาตรฐานหรือไม่ผ่านหน่วยมาตรฐาน ในขณะที่มาตรฐานความสำเร็จอาจจะเป็นการประเมินภายในจากครูในโรงเรียน หรือการประเมินภายนอกตอนปลายปีการศึกษาด้วยข้อสอบมาตรฐานทั่วประเทศ โดยนักเรียนจะได้เกรดสี่ระดับได้แก่
       เกรดไม่ผ่าน (not achieved) ถ้านักเรียนไม่สามารถแสดงถึงมาตรฐาน
       เกรดสอบผ่าน (achieved) สำหรับนักเรียนที่ผ่านด้วยผลงานที่น่าพอใจ
       เกรดดีมาก (merit) สำหรับนักเรียนที่มีผลงานดีมาก
       เกรดดีเลิศ (excellence) สำหรับนักเรียนที่มีผลงานโดดเด่น
ในแต่ละมาตรฐานจะประกอบด้วยจำนวนเครดิต โดยทั่วไปตั้งแต่ 2 จนถึง 5 เครดิต และระดับความสำเร็จของแต่ละมาตรฐานไม่ได้เกี่ยวข้องกับจำนวนเครดิตในแต่ละมาตรฐานนั้น ๆ การจะสำเร็จได้รับประกาศนียบัตร NCEA นักเรียนจะต้องได้จำนวนเครดิตในแต่ละระดับ โดยใน NCEA ระดับ 1 นักเรียนในระดับ year 11 จะต้องได้อย่างน้อย 80 เครดิต โดยปกตินักเรียนใน year 11 มักจะเรียน 6 วิชาซึ่งแต่ละวิชาจะมีเครดิตประมาณ 24 เครดิต นั่นหมายความว่าจำนวนเครดิตสูงสุดที่จะได้รับคือ 144 เครดิต (24x6) นอกจากจำนวนเครดิตที่ได้รับ นักเรียนที่จะผ่าน NCEA ระดับ 1 จะต้องได้อย่างน้อย 8 เครดิตจากวิชาคณิตศาสตร์และ 8 เครดิตจากวิชาภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนเครดิตในแต่ละวิชาจะเป็นการสอบด้วยข้อสอบมาตรฐานจากภายนอก โดยนักเรียนอาจจะได้ประกาศนียบัตร NCEA  ด้วยระดับดีมาก หรือระดับดีเลิศ ตามจำนวนเกรดที่นักเรียนได้รับโดยถ้ามีจำนวนมากกว่า 50 เครดิตที่ได้รับเกรดดีมากใน ประกาศนียบัตร NCEA ก็จะเป็น NCEA with merit และถ้ามีจำนวนมากกว่า 50 เครดิตที่ได้รับเกรดดีเลิศก็จะได้รับประกาศนียบัตร NCEA with Excellence
ในการได้รับประกาศนียบัตรในแต่ระดับจะมีเกณฑ์ประเมินว่าในแต่ระดับนักเรียนจะต้องได้รับเครดิตอย่างน้อย 80 เครดิตโดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

         1. NCEA ระดับที่ 1 นักเรียนจะต้องได้รับเครดิตขั้นต่ำ 80 เครดิตในระดับ 1
         2. NCEA ระดับที่ 2 นักเรียนจะต้องได้รับเครดิตขั้นต่ำ 60 เครดิตในระดับ 2 หรือสูงกว่า รวมกับ 20 เครดิตจากระดับ 1 หรือสูงกว่า
         3. NCEA ระดบที่ 3 นักเรียจะต้องได้รับเครดิตขั้นต่ำ 60 เครดิตในระดับ 3 หรือสูงกว่า รวมกับ
20 เครดิตจากระดับ 2 หรือสูงกว่า

หลักสูตร NCEA ได้เป็นที่ยอมรับของมหาวิทยาลัยชั้นนำในทั่วโลก มหาวิทยาลัยในนิวซีแลนด์หลายสาขาเช่นสาขาการแพทย์ก็ได้รับนักเรียนหลักสูตร  NCEAเข้าศึกษาต่อ
โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายบางแห่งจะมีระบบการเรียนที่เพิ่มไปจาก NCEA ได้แก่ระบบ IGCSE และระบบ IB โดยนักเรียนจะสามารถเลือกเรียนในระบบการเรียนที่เหมาะสมกับตัวเอง
ระบบ Cambridge International Examination (CIE)

           ประกาศนียบัตรนานาชาติระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (International General Certificate of Secondary Education: IGCSE) เป็นวุฒิบัตรระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก โดยวิชาใน IGCSE เน้นการสร้างทักษะความรู้ในการศึกษาด้านต่าง ๆ เช่นการประยุกต์ใช้ความรู้ ความสามารถการพูด ความสามารถการแก้ไขปัญหา การทำงานเป็นทีมทักษาะการสืบสวน หลักสูตร Cambridge มีหน่วยงานจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ในประเทศอังกฤษเป็นผู้ออกแบบและควบคุมคุณภาพ หลักสูตรนี้เป็นการปรับเปลี่ยนจากระบบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในประเทศอังกฤษเพื่อให้เหมาะสมกับการศึกษาในประเทศต่าง ๆ ปัจจุบันในแต่ละปีมีนักเรียนมากกว่า 2 ล้านคนใน 160 ประเทศทั่วโลกที่เข้าร่วมการสอบ โดยทั่วไปหลักสูตร Cambridge จะมีความท้าทายความสามารถที่มากไปกว่าหลักสูตร NCEA และหลักสูตรนี้มีเน้นการประเมินผลจากการสอบข้อสอบมาตรฐานโดย CIE หลักสูตร Cambridge ในบางวิชาจะมีการทดสอบเก็บคะแนนเช่นการทดลองวิทยาศาสตร์ การฟัง การพูด การแสดง ในวิชาดนตรี วิชาพละศึกษา วิชาคอมพิวเตอร์ การสอบ IGCSE มักจะเริ่มในเดือนพฤศจิกายนและประกาศผลในปลายเดือนมกราคม โดยประกาศนียบัตรจะได้รับในเดือนเมษายน
ในระดับ year 11 จะมีการสอบ IGCSE
ในระดับ year 12 จะมีการสอบ IGCSE และ AS level
ในระดับ year 13 จะมีการสอบ AS level และ A2 level

วิชาใน IGCSE O level จะเหมาะกับนักเรียนใน year 11 แม้ว่าบางวิชาอาจจะเหมาะกับนักเรียนใน year 12 ในนิวซีแลนด์จะเป็นระบบคะแนน 8 ระดับจาก A* ถึง G ซึ่งผลคะแนนจะแยกในแต่ละวิชา และจะไม่มีการนำมารวมกัน ระดับคะแนนใน IGCSE มีดังนี้

ระดับ AS (Advanced Subsidiary Level)

           วิชาระดับ AS จะเหมาะสำหรับเด็กใน Year 12 และ Year 13 ซึ่งจะมีการสอบในเดือนมิถุนายนหรือเดือนพฤจิกายน โดยหลักสูตรบางวิชาจะเป็นระยะเวลา 18 เดือนไปจนถึง 2 ปี โดยระบบคะแนนในนิวซีแลนด์จะมี 5 ระดับจาก A ถึง E ดังนี้

ระดับ A2 (Advanced Level)

           หลักสูตรระดับ AS จัดว่าเป็นครึ่งแรกของหลักสูตรระดับ A2 โดยระดับ A2 จะเป็นการเป็นการเรียนในปีสุดท้ายของโรงเรียน โดยสองวิชาในระดับ AS เทียบเท่ากับหนึ่งวิชาในระดับ A2

ระบบ International Baccalaureate Diploma (IB)

           ระบบ IB เป็นหลักสูตรนานาชาติที่มีระยะเวลาสองปี โดยในประเทศนิวซีแลนด์นักเรียนใน year 11 จะสามารถเรียนหลักสูตร NCEA ระดับ 1 ก่อนที่จะเลือกเรียนระบบ IB ใน year 12 และ year 13 นักเรียนในหลักสูตร IB จะมีอายุระหว่าง 16 ปีจนถึง 19 ปี หลักสูตร IB เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการเข้ามหาวิทยาลัยโดยเน้นระดับวิชาการขั้นสูงในด้านภาษา วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศิลปะ โดยเน้นการพัมนาในด้านทฤษฎีความรู้ การวิจัยส่วนบุคคล การสร้างทัศนคติการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการตระหนักต่อสังคม ระบบ IB มี 6 กลุ่มวิชา กลุ่มแรกคือการเรียนภาษาและวรรณคดี กลุ่มสองคือการเรียนภาษาต่างประเทศ กลุ่มสามคือวิชาธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ ธรณีวิทยา และประวัติศาสตร์ กลุ่มสี่คือวิชาการทดลองวิทยาศาสตร์ได้แก่ชีววิทยา เคมี และฟิสิกส์ กลุ่มห้าคือวิชาคณิตศาสตร์ กลุ่มหกคือวิชาศิลปะ

           หลักสูตร IB จะเรียน 3 กลุ่มวิชาในระดับสูงเป็นระยะเวลาการเรียน 240 ชั่วโมงตลอดการศึกษา 2 ปี และจะเรียน 3 กลุ่มวิชาในระดับมาตรฐานเป็นระยะเวลา 150 ชั่วโมงในช่วง 2 ปี โดยวิชาในระดับสูงหลายวิชาจะคล้ายกับการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยปีแรก  นักเรียนที่จะสำเร็จหลักสูตรได้ต้องสามารถผ่านสามเงื่อนไขหลักได้แก่ ทฤษฎีความรู้ ความคิดสร้างสรรค์และการเขียนเรียงความ การกระทำและบริการ

          ในทฤษฎีความรู้ วิชาในสาขาวิชาต่าง ๆ จะกระตุ้นการคิดอย่างเป็นระบบและใช้ความรู้และประสบการณ์ที่เกิดจากภายในและภายนอกชั้นเรียน นักเรียนสามารถตั้งคำถามต่อพื้นฐานความรู้และพิจารณาคุณธรรม การเมือง การตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวัน นักเรียจะต้องสามารถแสดงความตระหนักต่อชุมชนและวัฒนธรรมของตน และเข้าใจจุดแข็งและข้อจำกัดของวัฒนธรรมของคนอื่นและของตนเอง หลักสูตรนี้จะใช้เวลาสอน 100 ชั่วโมงใน 2 ปี

          การเขียนเรียงความ โดยนักเรียนจะต้องเขียนเรียงความด้วยตนเอง เป็นงานวิจัยของตนเองโดยเป็นเรียงความ 4,000 คำเป็นการพัฒนาความสามารถในการวิเคราะห์ การประมวลความเข้าใจ และการประเมินความรู้ โดยนักเรียนสามารถเลือกเขียนจากหัวข้อจากวิชาที่ตนเองเลือก นักเรียนจะได้รับคำแนะนำและการสนับสนุนการวิจัยจากผู้ควบคุม นักเรียนจะใช้เวลา 40 ชั่วโมงในการศึกษานอกห้องเรียนและการค้นคว้าและการเขียน

ความคิดสร้างสรรค์ กิจกรรมและการบริการ โดยกิจกรรมจะแบ่งตามประเภทต่าง ๆ (Creativity, Action and Services: CAS)

        1. โดยในด้านความสร้างสรรค์เช่น การผลิต ดนตรี ถ่ายภาพ การโต้วาที การพูดในที่สาธารณะ
        2. ในด้านกิจกรรมเช่น กีฬา การสำรวจ การเข้าโปรแกรมพัฒนาของวัยรุ่นประเทศนิวซีแลนด์
        3. ในด้านการบริการเช่น การมีส่วนร่วมในกิจกรรมชุมชน

       โปรแกรม CAS เป็นการสร้างเสริมประสบการณ์ให้กับนักเรียนในการพัฒนาความเชื่อมั่นในตนเอง ความรับผิดชอบ การเห็นอกเห็นใจและความตั้งใจในการช่วยเหลือผู้อื่น นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้นักเรียนในการแสดงความคิดสร้างสรรค์ในช่วงเวลาที่นักเรียนต้องเผชิญกับความเครียดและความไม่แน่นอน ระยะเวลาทั้งหมดเป็นเวลา 150 ชั่วโมง หรือ 3 ถึง 4 ชั่วโมงในช่วงเวลาสองปี การประเมินผลของหลักสูตร IB ประกอบด้วยสามส่วนที่สำคัญได้แก่ ส่วนแรกคือการสอบด้วยข้อสอบมาตรฐาน ส่วนที่สองคือการทำงานที่ได้รับมอบหมายภายใต้การควบคุมดูแลของครูในโรงเรียนแต่ผลงานจะถูกปริเมินการผู้ประเมินภายนอก ส่วนที่สามคือการประเมินผลงานภายในโดยครูในโงเรียนจะเป็นผู้ประเมินผลงานโดยมีการตรวจสอบจากภายนอก

รงเรียนสอนภาษาอังกฤษ ( Language Schools )

        ประเทศนิวซีแลนด์มีโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษอยู่เป็นจำนวนมาก บางโรงเรียนจะเป็นโรงเรียนเอกชน บางโรงเรียนจะเป็นแผนกหนึ่งของสถาบันระดับอุดมศึกษา หลักสูตรภาษาอังกฤษจะมีการเรียนได้ตลอดทั้งปี โดยหลักสูตรจะมีระยะเวลาตั้งแต่ 4 สัปดาห์ไปจนถึง 1 ปี นักเรียนต่างชาติมักจะลงทะเบียนเรียนเตรียมความพร้อมในหลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อทางวิชาการ (English for Academic Purposes: EAP) ก่อนที่จะเริ่มเรียนหลักสูตรต่าง ๆ นักเรียนที่มีระดับภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐานสามารถลงทะเบียนเรียนวิชาพื้นฐาน (Foundation course) เพื่อช่วยเตรียมตัวเรียนระดับอุดมศึกษาก่อนเทอมการศึกษาจะเริ่มต้นขึ้น
สถาบันการศึกษาเอกชน (Private Training Establishments: PTEs)
สถาบันการศึกษาเอกชนหลายแห่งในนิวซีแลนด์มีความเชี่ยวชาญในการศึกษาด้านต่าง ๆ ได้แก่ ธุรกิจ การทำอาหารหรือ การท่องเที่ยว สถาบันเอกชนในหลายแห่งได้รับเงินอุดหนุนทางการศึกษาจากรัฐบาล นอกจากนี้สถานบันเอกชนมีการเรียนการสอนภาษาอังกฤษซึ่งอาจจะเป็นโปรแกรมสำหรับการศึกษาพื้นฐานหรือหลักสูตรระดับอนุปริญญาซึ่งสามารถใช้ในการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาในมหาวิทยาลัยหรือในสถาบันเอกชนเหล่านั้นต่อไป สถาบันบางแห่งก็มีการสอนในระดับวิชาที่ต่อจากปริญญาตรี (Postgraduate) สถาบันการศึกษาเอกชนจะมีตารางการเรียนการสอนที่คล้ายกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ซึ่งมีระยะเวลาการเรียนตั้งแต่ 1 ถึง 2 เดือนไปจนถึง 2 ปี

สถาบันเทคโนโลยี (Institutes of Technology & Polytechnics ITPs)


        นิวซีแลนด์มีสถาบันเทคโนโลยีทั้งหมด 18 แห่ง โดยมีหลักสูตรการศึกษาประยุกต์ในระดับต่าง ๆ สถานบันเทคโนโลยีทั้งหมดได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล นักเรียนสามารถเลือกการศึกษาได้ตั้งแต่ระดับ อนุปริญญาได้จนถึงการศึกษาหลังปริญญาตรี หลักสูตรของสถาบันเหล่านี้เทียบเท่ากับหลักสูตรในมหาวิทยาลัย การเรียนในสถาบันเทคโนโลยีเน้นการประยุกต์ใช้ โดยมีลักษณะหลักคือ การเน้นการเรียนที่นำไปใช้ในวิชาชีพต่าง ๆ การมีความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งกับบริษัท การมีบริการให้คำแนะนำและช่วยเหลือนักเรียนเป็นพิเศษ และมีการเรียนในชั้นเรียนขนาดเล็ก หน่วยงานรับรองวุฒิการศึกษาในนิวซีแลนด์ (NZQA) มีการตรวจสอบคุณภาพการศึกษาในด้านวิชาและสาขาปริญญาที่ได้รับอนุมัติและมีการประเมินผลคุณภาพการศึกษาในสถาบันเทคโนโลยีหล่านี้เป็นประจำ

มหาวิทยาลัย University

       มหาวิทยาลัยในนิวซีแลนด์มีชื่อเสียงด้านวิชาการและมีผลงานการวิจัยที่ประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ มหาวิทยาลัยทุกแห่งได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล มหาวิทยาลัยมีทั้งหมด 8 แห่งได้แก่ Auckland University, Auckland University of Technology, Canterbury University, Lincoln University, Massey University, Otago University, Victoria University of Wellington และ Waikato University มหาวิทยาลัยในนิวซีแลนด์มีการเรียนการสอนในระดับต่าง ๆ ดังนี้
     หลักสูตรพื้นฐานเตรียมความพร้อม (Foundation Courses) เป็นระยะเวลา 6 เดือนถึง 1 ปี
     หลักสูตรปริญญาตรี (Bachelor Degree) เป็นระยะเวลา 3 ปีถึง 4 ปี
     หลักสูตรปริญญาโท (Postgraduate Degree) เป็นระยะเวลา 1 ปีถึง 3 ปี
     หลักสูตรปริญญาเอก (Doctoral Degree) เป็นระยะเวลาขั้นต่ำ 3 ปี